แม้กลัว...แต่ก็ต้องทำมาหากิน ชีวิตรอบอนุสาวรีย์ชัย
จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในกทม.และปริมณฑล
ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น.
ของเย็นวันส่งท้ายปีเก่า
(31 ธ.ค.49)
ไปจนถึงเที่ยงคืนขณะนับถอยหลังเพื่อต้อนรับปีใหม่
(1 ม.ค.50) ถึง 8
จุดในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น
โดยที่แรกที่เกิดการระเบิดได้แก่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ภายในถังขยะบริเวณป้ายรถเมล์หน้า
victory point ใกล้ภัตคาร พงษ์หลี
ในช่วงเย็นของวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1
ราย และผู้บาดเจ็บอีก 17
ราย
หลังจากเกิดระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ
และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ปิดถนนบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย
จนกระทั้งวันนี้ (1 ม.ค. 50)
บริเวณป้ายรถเมล์ดังกล่าวก็ได้เปิดใช้บริการได้ตามปกติแล้ว
พนักงานทำความสะอาดหญิงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เล่าว่า
ตนมาทำทำงานกะเช้าจึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวาน(31
ธ.ค. 49)
เมื่อทราบข่าวว่ามีการระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
ตนก็รู้สึกกลัวแต่ด้วยหน้าที่พนักงานทำความสะอาด
ตนจึงต้องมาเก็บกวาด
แม้จะกลัวแต่ก็ต้องมาทำงาน
ส่วนเรื่องใครเป็นผู้วางระเบิดนั้นตนไม่ทราบ
แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้
ตนคิดว่ามีผลกระทบกับคนที่จะมาบริเวณนี้อย่างแน่นอน
ด้าน สมใจ บุญไทย
พนักงานขาย Dunkin Donuts เล่าว่า
วันที่เกิดเหตุจริงๆแล้วตนต้องขายโดนัทที่สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ
แต่เนื่องจากที่เซ็นทรัลเวิล์ดจัดงานเคาท์ดาวน์มีคนเยอะตนจึงถูกเรียกตัวไปทำงานที่สาขาเซ็นทรัลเวิล์ด
แต่พอมีข่าวว่าเกิดระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัย
ทางร้านจึงสั่งปิด
และทางงานเคาท์ดาวน์ก็ได้ยกเลิก
ตนจึงกลับบ้าน
ไม่นานก็มีข่าวระเบิดที่บริเวณใกล้เคียงกับเซ็นทรัลเวิลด์
ตอนนั้นตนคิดว่าโชคดีที่ปิดร้านและเดินทางกลับบ้านก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น
วันนี้แม้จะกลัวแต่ก็ต้องมาทำงานที่สาขาอนุสาวรีย์
ลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านวันนี้ก็น้อยลงเนื่องจากเป็นวันหยุดปีใหม่และอาจกลัวเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวาน(31
ธ.ค.49)
และลูกค้าทุกรายจะถามถึงเหตุการณ์ระเบิด
ส่วนมากจะถามส่าเกิดระเบิดตรงไหน
ซึ่งดูแล้วลูกค้าก็จะกลัวๆ
ส่วนร้านแผงลอยที่เคยตั้งแผงอยู่หน้าร้านและบริเวณทางเดินหลังป้ายรถเมล์
สมใจ เล่าว่า
หลังจากเกิดระเบิดร้านเหล่านั้นเก็บแผงเก็บร้านไปหมด
และคาดว่าวันนี้คงจะยังไม่มาขาย
เพราะปกติแล้วจะเก็บร้านแบบใช้ผ้าคลุมแผงเท่านั้น
ส่วนร้านข้าวหมูแดงตรงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ
พนักงานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า
ได้ยินเสียงระเบิดดังมาก
ตนและลูกค้าก็ตกใจแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ได้ยินคนเขาพูดกันว่าคงจะเป็นแก๊สระเบิด
แล้วเมื่อเห็นคนไปมุงดูบริเวณป้ายรถเมล์ตนและลูกค้าบางส่วนก็ตามไปดูที่เกิดเหตุ
เห็นคนนอนล้มอยู่หลายคน
พอรู้ว่ามีการวางระเบิดแม้ร้านจะยังไม่ปิด
แต่ลูกค้าและคนที่ผ่านไปมาบริอนุสาวรีย์ก็น้อยลงทันตา
พนักงานร้านข้าวหมูแดงเล่าต่อว่า
ตั้งแต่เหตุระเบิดจนวันนี้คนน้อยมาก
ลูกค้าก็น้อย
ปกติอย่างปีที่แล้ววันเคาท์ดาวน์และวันขึ้นปีใหม่คนจะเยอะกว่านี้
ทำให้มีผลกระทบกับการค้าขายของร้านด้วย
ส่วนวันนี้ที่มาทำงานตามปกติก็เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่ต้องทำอะไรบ้างแล้วจึงกล้ามาทำงาน
ส่วนที่ร้านวันนี้ทุกคนก็คอยสังเกตว่ามีสิ่งใดผิดปกติ
มีคนวางกระเป๋าหรือสิ่งของทิ้งไว้บ้างหรือเปล่าจะได้แจ้งตำรวจได้ทัน
ด้านคิวรถตู้กบินทร์บุรี-บ้านโคก
บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวันที่
31 ธ.ค. 49 ที่ผ่านมา เล่าว่า
ตนนั่งจำหน่ายคิวให้กับผู้โดยสารแล้วก็ได้ยินเสียงดังขึ้น
ตอนนั้นตนและผู้โดยสารก็ตกใจ
ตนคิดว่าเป็นเสียงระเบิดแน่ๆ
แต่ไม่รู้ว่าอะไรระเบิด
คิดว่าคงเป็นแก๊ส
หรือไม่ก็รถระเบิด
ไม่คิดว่าจะมีการวางระเบิดเกิดขึ้น
วันนี้ที่มาทำงานเพราะคิดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นซ้ำสอง
วันนี้ก็มีลูกค้าบางรายโทรมาถามว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร
ยังเปิดให้บริการตามปกติหรือไม่
ซึ่งตนคิดว่าผู้โดยสารจำเป็นต้องเดินทาง
เราจึงจำเป็นต้องเปิดบริการตามปกติ
สำหรับเหตุการณ์บึ้มกรุงเทพฯและปริมณฑลในครั้งนี้
ได้สร้างความตื่นตระหนกและหวดกลัวกับประชาชนเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางการสัญจรและเป็นใจกลางเมืองหลวง
ดังนั้นประชาชนทุกคนควรหันมาสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ
คอยสอดส่องดูแลความผิดปกติที่อาจเกิดจากพวกไม่หวังดีต่อบ้านเมือง
เพื่อให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่สังคมไทยมีแต่ความสงบสุขต่อไป