เกาะเสม็ดกับขยะปัญหาใหญ่ที่เริ่มคลี่คลาย
ด้วยความที่มีหาดสวยงามและอยู่ใกล้กรุงเทพฯในแต่ละปีจึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะเสม็ดจำนวนมาก
ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดปัญหาขยะขึ้นมาเป็นเงาตามตัว
เพลินชมเกาะสวรรค์
กลางทะเลเด่นลอย
น้ำเย็นกระเซ็นฝอย
คลื่นทยอยไหลหลั่ง
โอนเอน พร้าวปาล์ม
ไสวตามคุ้งฝั่ง
หรีดหริ่งหูฟัง
เรไรชื่นบาน ...
ส่วนหนึ่งของเนื้อร้องจากบทเพลง
เกาะสวรรค์
ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยศิลปากร
ที่รจนาไว้เมื่อครั้งได้เดินทางไปเที่ยวเกาะเสม็ดเมื่อประมาณ
30 ปีที่แล้ว
ณ
วันนี้หากไม่รู้ที่มาที่ไปของเพลงนี้
ก็จะนึกไม่ออกเลยว่า
เกาะสวรรค์
ที่กล่าวถึงในบทเพลงนั้น
คือเกาะเสม็ดเมื่อครั้งอดีต
ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าหลังจากที่เกาะเสม็ดกลายเป็นเกาะท่องเที่ยวที่โด่งดัง
จนกลายเป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างชาติ
การแก้ปัญหาขยะบนเกาะเสม็ดต้องเริ่มตั้งแต่ที่บ้านคือทิ้งขยะให้ถูกกับประเภทของขยะ
สภาพของเกาะเสม็ดก็ค่อยๆเปลี่ยนไป
โรงแรม รีสอร์ต ร้านค้า
ร้านอาหาร
ผุดขึ้นกันแน่นเต็มเกาะ
เมื่อคนเยอะ
สิ่งปลูกสร้างเยอะ
ปัญหาเรื่องของขยะก็ตามมาอย่างช่วยไม่ได้
ทำให้ในช่วงประมาณ 10
ปีที่ผ่านมาเกาะเสม็ดประสบกับภาวะปัญหาขยะอย่างหนัก!?!
หนักขนาดไหน
ผู้ที่อยู่กับเกาะเสม็ดมานานนับ
10 ปี อย่าง สุเทพ วงศ์มหา
หรือ หมอเทพ
หัวหน้าสถานีอนามัยเกาะเสม็ด
ผู้ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้คนบนเกาะเสม็ดหันมาตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม
และร่วมมือกันกำจัดขยะที่เป็นปัญหาใหญ่บนเกาะเสม็ดอย่างจริงจัง
เล่าว่า
ช่วงนั้นเกาะเสม็ดประสบกับปัญหาขยะอย่างมาก
บนเกาะมีภูเขาขยะลูกโตส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง
มีน้ำขยะไหลเรี่ยราด
แมลงวันบินมาตอมกันเกลื่อน
เกิดปัญหามลภาวะ
ขยะเป็นที่เพาะเชื้อโรค
ส่งผลประชาชนหลายคนบนเกาะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ
ขยะกลายเป็นปมด้อยของเกาะเสม็ดที่ถูกสื่อมวลชนนำเสนอข่าวตีอยู่เป็นประจำ
จนทำให้ทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด
เตรียมทำการปิดเกาะเพื่อแก้ปัญหาขยะ
ซึ่งชาวบ้านและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างก็เห็นว่าหากปิดเกาะ
จะกระทบต่อเศรษฐกิจบนเกาะเสม็ดอย่างมาก
ป้ายแยกขยะก่อนทิ้งพบเห็นได้ทั่วไปบนเกาะเสม็ด
เมื่อเป็นเช่นนี้
ชาวเกาะเสม็ดส่วนหนึ่งที่ได้ตระหนักในวิกฤติขยะล้นเกาะ
จึงได้ร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าว
แต่ว่าตอนแรกยังขาดประสบการณ์
จึงทำได้เพียงแค่ย้ายที่ทิ้งขยะไปให้อยู่ไกลชุมชนมากขึ้น
ซึ่งเมื่อการแก้ปัญหาไม่เป็นรูปธรรม
ก็ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ
ขยะก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่บนเกาะเสม็ดอยู่ดี
แต่กระนั้นทางกลุ่มผู้ร่วมแก้ปัญหาก็ไม่ได้ย่อท้อ
พยายามที่จะหาวิธีจัดการกับขยะในหลายรูปแบบ
หมอเทพได้เล่าว่า
บทสรุปของการจัดการขยะบนเกาะเสม็ดก็คือต้องใช้วิธีการแยกขยะ
เป็นประเภทต่างๆคือ เช่น
ขยะแห้ง ขยะเปียก
ขยะรีไซเคิล
ซึ่งจะต้องเริ่มแยกขยะตั้งแต่ออกจากบ้าน
ซึ่งตามจุดที่ตั้งถังขยะชุมชนจะมีการแบ่งประเภทของขยะ
เมื่อทดลองใช้วิธีการแยกขยะก่อนนำไปทำลายแล้ว
เพียง 2
เดือนแรกก็เห็นผลว่า
ขยะบนเกาะเสม็ดเริ่มลดลง
ภูเขาขยะที่เคยส่งกลิ่นเหม็นก็เริ่มกลายเป็นเพียงกองขยะ
สำหรับตอนนี้ทางสมาคมก็กำลังทดลองนำขยะเปียกไปทำน้ำชีวภาพเพื่อนำกลับมาใช้รดต้นไม้
ซึ่งหากสำเร็จด้วยดีก็จะทำให้ขยะบนเกาะเสม็ดลดปริมาณลงได้อีก
ถังขยะชุมชนบางจุดก็จะมีการบอกว่าถังไหนต้องทิ้งขยะประเภทไหนอย่างชัดเจน
หมอเทพอธิบาย
ก่อนบอกว่าปัญหาใหญ่ในเรื่องการแยกขยะของชุมชน
นั้นอยู่ที่ชาวบ้านหลายๆคนทำการแยกขยะกันไม่ต่อเนื่อง
บางคนทำได้สักพักก็เบื่อ
บางคนทำตามกระแสที่เห็นคนอื่นๆทำ
โดยไม่ได้ทำเพื่อหวังแก้ปัญหาขยะแบบจริงๆจังๆ
ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องกระตุ้นหรือไม่ก็สร้างแรงจูงใจกันตลอดเวลา
เช่น การรณรงค์
การประกวดหน้าบ้านสะอาด
หมู่บ้านสะอาด
ด้านดุจหทัย นาวาพานิช
ประธานพัฒนาเกาะเสม็ด
กล่าวว่า
เมื่อขยะโดนแยกก็ทำให้สะดวกต่อการจัดการมากขึ้น
อย่างเช่นขยะเปียกเมื่อแยกมาก็จะนำไปทำปุ๋ย
ขยะรีไซเคิลอย่างพวกขวดพลาสติกก็จะนำไปบดเพื่อให้สะดวกต่อการนำไปขายบนฝั่ง
ส่วนพวกขยะสดก็จะนำไปฝังหลบบนเกาะ
ซึ่งเทียบสัดส่วนก็คือขยะที่ฝังกลบบนเกาะจะอยู่ที่
30 %
ส่วนที่เหลือเป็นขยะที่ถูกส่งไปทำลายบนฝั่ง
เนื่องจากว่าบนเกาะเสม็ดที่ทางอุทยานฯให้มา
มีพื้นที่จำกัดเรื่องพื้นที่กลบฝังขยะคือมีประมาณ
3 ไร่
และทางอุทยานก็ไม่มีนโยบายตัดต้นไม้ขยายพื้นที่
ทางสมาคมจึงได้ทำการจัดเก็บเงินจากประชาชนบนเกาะเสม็ดครัวเรือนละ
30 บาทต่อเดือน
ส่วนผู้ประกอบการก็เก็บตามขนาดพื้นที่
เพื่อมาจัดจ้างผู้รับเหมาทำการจัดการกับขยะ
ทั้งการแยกขยะ
การแปรสภาพขยะรีไซเคิล
การดูแลพื้นที่กลบฝังขยะ
รวมถึงการส่งขยะไปทำลายที่ฝั่ง
และนอกเหนือไปจากการจัดการขยะ
บนเกาะเสม็ดก็ยังมีการจัดการกับสถานที่กลบฝังด้วย
โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกองขยะที่รอทำลาย
และพื้นที่ส่วนหนึ่งของเป็นที่แปรรูปขยะ
นอกจากนี้ก็ยังมีการปลูกต้นไม้บนพื้นที่กลบฝังขยะเพื่อให้อากาศบริเวณนั้นดีขึ้น
การเลี้ยงปลาในบ่อขยะที่ขุดเตรียมไว้รอขยะที่จะนำมากลบฝัง
ซึ่งการทำอย่างนี้ก็ช่วยให้บริเวณสถานที่กลบฝังไม่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง
และมีแมลงวันมารบกวนน้อยมากเมื่อเทียบกับกองขยะที่อื่น
การจัดการกับภูเขาขยะซึ่งเมื่อฝังกลบแล้วก็มีการปลูกต้นไม้ทับเพื่อช่วยให้อากาศดีขึ้น
สำหรับอีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาบนเกาะเสม็ดก็คือ
ในทุกๆเดือน
กลุ่มเสื้อเขียว
ที่เป็นอาสาสมัครเก็บขยะบนเกาะเสม็ดที่มาจากคนหลายอาชีพจะกำหนดวันคลีนนิ่งเดย์ขึ้นเพื่อเดินเก็บขยะตามที่ต่าง
โดยขยะส่วนมากก็จะมาจากนักท่องเที่ยวที่ทิ้งเรี่ยราด
ซึ่งก็ถือเป็นการช่วยจัดการขยะบนเกาะเสม็ดอีกทางหนึ่ง
แต่ทั้งนี้วิธีการแยกขยะบนเกาะเสม็ดแม้ว่าจะสามารถช่วยให้ขยะบนเกาะเสม็ดลดน้อยลงได้ก็จริง
แต่ว่า ดุจหทัยก็บอกว่า ณ
วันนี้ยังแก้ปัญหาบนเกาะเสม็ดได้ส่วนหนึ่งคือประมาณ
50 %
ซึ่งก็สอดคล้องกับคำพูดของ
ธานี วิริยะรัตนพร
ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ
ที่ได้กล่าวว่า
วันนี้การแก้ปัญหาของเกาะเสม็ดถือว่าทำได้คลี่คลายลงไปในระดับหนึ่ง
แต่ว่าปัญหาเรื่องขยะบนเกาะเสม็ดก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่
ซึ่งขยะบนเกาะเสม็ดนั้นมาจาก
ชุมชน ผู้ประกอบการ
และนักท่องเที่ยว
ซึ่งหากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นขยะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ธานีกล่าวเพิ่มเติมว่า
ได้มีผู้เชี่ยวชาญได้มาทำวิจัยว่าปริมาณขยะที่สมดุลของนักท่องเที่ยวกับพื้นที่เกาะเสม็ดคือ
นักท่องเที่ยว 1 คน/ขยะ 0.5
กิโลกรัม
แต่ในวันนี้ปริมาณขยะเฉลี่ยอยู่ที่
นักท่องเที่ยว 1 คน/ขยะ 1.5-3
กิโลกรัม
โดยมีขณะเฉลี่ยต่อวันประมาณ
5 ตัน
ซึ่งถือว่ายังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข
อย่างน้อยแม้จะลดปริมาณขยะต่อคนไม่ได้ถึง
0.5 กิโลกรัม
แต่หากลดขยะลงมาได้สัก 1
กิโลกรัมต่อคนก็ยังดี
แต่ปัญหาสำคัญของการจัดการขยะบนเกาะเสม็ดก็คือนักท่องเที่ยวคนไทยส่วนหนึ่งยังคงขาดจิตสำนึก
เวลาไปเที่ยว
ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะเสม็ดหรือที่อื่นๆ
เมื่อนำอาหาร เครื่องดื่ม
หรือสิ่งอื่นๆที่เมื่อใช้แล้วกลายเป็นขยะ
ก็มักจะทิ้งเรี่ยราดไว้ในสถานที่นั้น
ซึ่งการแก้ปัญหาขยะที่เกาะเสม็ด
หรือการแก้ปัญหาขยะตามสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
เรื่องจิตสำนึกของนักท่องเที่ยวต่อการทิ้งขยะนับเป็นสิ่งสำคัญธานีกล่าวทิ้งท้าย
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * * * * *
เกาะเสม็ด
หรือเกาะแก้วพิสดาร
ตั้งอยู่ในเขต ต.เพ อ.เมือง
จ.ระยอง
อยู่ห่างจากฝั่งบ้านเพประมาณ
6.5 กิโลเมตร
โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด
เป็นผู้ดูแล
เหตุที่ได้ชื่อว่าเกาะเสม็ดก็เพราะ
บนเกาะแห่งนี้มีต้นเสม็ดขาวและเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก
ทั้งนี้เกาะเสม็ดนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนนิยมไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากเป็นเกาะที่ใกล้กรุงเทพฯและมีชายหาดและอ่าวที่สวยงามหลายแห่ง
อาทิ หาดทรายแก้ว
หาดวงเดือน อ่าวไผ่
อ่าวพร้าว
ส่งผลให้ในแต่ละปีเกาะเสม็ดมีคนมาเที่ยวกันเฉลี่ยปีละ
300,000 คน
ทำให้มีปัญหาเรื่องขยะตามมา
ซึ่ง ณ
วันนี้ขยะยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเกาะเสม็ด
แม้ว่าจะมีความพยายามแก้ปัญหากันมาตลอด
แต่ก็แก้ปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวยังเกาะเสม็ดก็จำเป็นที่จะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันนำสิ่งของที่ก่อให้เกิดขยะไปบนเกาะเสม็ดน้อยที่สุด
และเมื่อให้แล้วก็ควรที่จะเก็บกลับมาทิ้งบนฝั่งเพื่อเป็นการช่วยเรื่องปัญหาบนเกาะเสม็ดอีกทางหนึ่ง