ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป → ศูนย์วิจัยป่าชายเลน ระนอง ห้องเรียนธรรมชาติอันทรงค

ศูนย์วิจัยป่าชายเลน ระนอง ห้องเรียนธรรมชาติอันทรงค

วันที่ 12-10-2004

ศูนย์วิจัยป่าชายเลน ระนอง ห้องเรียนธรรมชาติอันทรงค สะพานคอนกรีตทอดตัวยาว 850 เมตร ซึ่งใช้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลน นับเป็นผืนป่าชนิดพิเศษที่อยู่ระหว่างแผ่นดินกับผืนน้ำทะเล ซึ่งหากจำแนกคุณค่าในตัวออกมา นับว่ามีมากมายเหลือคณา และทุกสรรพสิ่งในป่าชายเลนล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก นอกจากความหลากหลายและกลมกลืนทางชีวภาพแล้ว ผืนป่าชายเลนหลายๆแห่งในเมืองไทยยังถูกจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจเข้าไปศึกษาหาความรู้ อย่างกับ ศูนย์วิจัยป่าชายเลน จังหวัดระนอง ที่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีความสมบูรณ์มาก มีพื้นที่ 122 ,500 ไร่ กระจายตัวอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรีซึ่งเป็นแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและพม่า ว่ากันว่าเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ด้วยเหตุนี้องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาติ หรือ ยูเนสโก้ (UNESCO) จึงประกาศให้ ศูนย์วิจัยป่าชายเลน จ.ระนอง เป็น พื้นที่เขตสงวนชีวมณฑล เมื่อปี 2540 ซึ่ง เขตสงวนชีวมณฑล ยูเนสโกได้ให้ความหมายว่า เป็นพื้นที่ระบบนิเวศบนบก และ/หรือชายฝั่งทะเล หรือพื้นที่ที่มีทั้งระบบนิเวศบนบกและชายฝั่งทะเล ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑลขององค์การยูเนสโก (UNESCO Man and the Biosphere MAB Programme) ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่แกนกลาง (core area) พื้นที่กันชน (buffer zone) และพื้นที่รอบนอก (transition area) สายน้ำกร่อยภายในป่าชายเลนที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนนานาพันธุ์ เหตุผลของการได้มาซึ่งเขตสงวนชีวมณฑลของป่าชายเลนแห่งนี้ คงนี้ไม่พ้นเรื่องของสภาพความหลากหลายทว่าสมบูรณ์ทั้งพืชและสัตว์ เช่น มีพันธุ์สัตว์ประมาณ 300 ชนิด พันธุ์พืชอีกประมาณ 60 ชนิด ซึ่งถือว่าป่าชายเลนจังหวัดระนองยังคงมีสภาพที่ถูกทำลายน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ สิ่งสำคัญที่มีส่วนทำให้ที่นี่เป็นเขตสงวนชีวมณฑลอยู่ที่ งานวิจัยอย่างต่อเนื่องที่มีความร่วมมือระหว่างนักวิจัยหลายประเทศ โดยเฉพาะโครงการที่ยูเนสโก ให้ความช่วยเหลือ ทำให้นักวิจัยของไทยเอง มีความเข้าใจเรื่องป่าชายเลนมากขึ้น จึงมีความคิดที่จะจัดการเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเพื่อจะได้เผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์พัฒนาให้กว้างขวาง ดังนั้นนักวิจัยจึงเสนอต่อยูเนสโกเพื่อขอเป็นเขตสงวนชีวมณฑล วิจารณ์ มีผล หัวหน้าศูนย์วิจัย ฯ เล่าถึงที่มาของการเป็นเขตสงวนชีวมณฑล จากป่าชายเลนมาเป็นเขตสงวนชีวมณฑล ตามข้อตกลงของยูเนสโกจึงต้องมีการแบ่งพื้นที่ออกตามภูมิประเทศ ความสมบูรณ์ กิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ศูนย์วิจัยป่าชายเลน เปิดกว้างสำหรับผู้ที่สนใจในห้องเรียนธรรมชาติที่มีชีวิต พื้นที่ใจกลาง (CORE AREA) เป็นป่าที่มีสภาพสมบูรณ์และไม่ถูกรบกวนจากมนุษย์ พื้นที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำและทะเล กิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์จึงมีเพียงการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ส่วนต่อมาคือพื้นที่กันชน (BUFFER ZONE) จะอยู่ถัดออกไปนอกพื้นที่ใจกลาง เป็นแหล่งการทำประมงของชาวประมงที่เกาะเหลานอก และที่บ้านหาดทรายขาว มีการดำเนินวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม แต่กิจกรรมของชุมชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบ ซึ่งมาจากการทำนากุ้งเพิ่มขึ้น การจับสัตว์อื่น ๆ และการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางธรรมชาติจากป่าในปริมาณมากเกินควร และสุดท้ายคือพื้นที่เปลี่ยนสภาพ (TRANSITION AREA) จะเป็นพื้นที่ถูกพัฒนาไปมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ เช่นชุมชนในเมือง ที่ถูกเปลี่ยนเป็นถนน สวนยาง สวนผลไม้ พืชไร่ และเหมืองร้าง ดังนั้นกิจกรรมที่เกิดขึ้นล้วนส่งผลให้เกิดผลกระทบได้ง่าย เช่น มลภาวะ การสึกกร่อนของหน้าดิน การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์และสัตว์ จึงต้องมีการจัดการที่มากขึ้นกว่าทุกพื้นที่ เรียกได้ว่าหากจะเป็นเขตสงวนชีวมณฑลจะต้องจัดแจงแบ่งที่ทางออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเอื้อต่อการจัดการและดูแล สำหรับหน้าที่หลัก ๆ ของศูนย์วิจัยป่าชายเลน จ.ระนอง ประกอบไปด้วยเรื่องการอนุรักษ์ ที่กินอาณาเขตตั้งแต่ภูเขาไปจนถึงชายฝั่ง คือบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาซึ่งทอดตัวขนานกับชายฝั่งทะเลอันดามัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเรื่องการจัดการระบบนิเวศของป่าชายเลนอย่างยั่งยืน โดยจัดเป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยเสมือนห้องปฏิบัติการทางธรรมชาติ ทุกสรรพสิ่งในป่าชายเลนล้วนต่างอยู่กันแบบพึ่งพาอาศัยกัน ในปีหนึ่ง ๆ จึงมีผู้สนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้จากห้องเรียนห้องนี้มากมาย ไม่จำกัดแค่เพียงในประเทศ เพราะที่นี่เป็นห้องเรียนของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเข้ามาศึกษาและผลิตงานวิจัยมาตั้งแต่ ปี 2523 และต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งไม่จำเป็นที่ต้องมาเพื่อทำวิจัยเป็นทางการก็สามารถหาความรู้เพื่อซึมซับระบบนิเวศอันสมบูรณ์และหลากหลายจากห้องเรียนธรรมชาติห้องนี้ได้ เพราะที่ศูนย์วิจัยป่าชายเลนได้จัดเส้นทางสำหรับศึกษาธรรมชาติ ดังนี้คือ เส้นทางแรกเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติโดยเท้า เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย เพราะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เส้นทางนี้ เป็นสะพานคอนกรีตทอดตัวยาว 850 เมตร มีแผ่นป้ายบรรยายเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งชนิดของพืชและสัตว์ ระหว่างทางสามารถมองเห็นสภาพของป่าดิบเขาหลายชนิดเช่น ไม้ยาง ตะเคียน ก่อบ้าน ส้านใหญ่ แซะ โกงกาง เป็นต้น อีกทั้งบริเวณนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดอย่าง ลิง ปูแสม ปูทะเล ปลาตีน แม่หอบ นาก ตะกวด และนกชนิดต่าง ๆ อีกด้วย แต่สำหรับนักเรียนหน้าใหม่ของห้องเรียนแห่งนี้ควรหาข้อมูลพันธุ์พืช พันธ์สัตว์ต่างๆ จากห้องนิทรรศการที่ทางศูนย์วิจัย ฯ รวบรวมไว้ให้ศึกษา ก่อนเข้าสู่ห้องเรียนธรรมชาติจริงจะทำให้เข้าใจมากขึ้น เส้นทางที่สองเป็นการนั่งเรือชมทัศนียภาพป่าชายเลน ผู้ที่สนใจต้องเผื่อเวลาไว้ 3 ชั่วโมง เพราะมีจุดที่น่าสนใจหลายแห่ง ตั้งแต่ชมสภาพป่าชายเลนบริเวณคลองโหงง ซึ่งมีความสมบูรณ์มาก ชมต้นโกงกางที่มีขนาดใหญ่ มีเส้นรอบวง 2 เมตร สูง 25 เมตร อายุอานามปาเข้าไป 200ปี บริเวณนี้มีกลุ่มไม้โกงกางขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงระดับความสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีวิถีชีวิตหมู่บ้านชาวเล บริเวณหลังเกาะเหลา ที่มีวัฒนธรรมและภาษาพูดเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ล่าสุดศูนย์วิจัยป่าชายเลน จ.ระนอง ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (THAILAND TOURISM AWARD) ครั้งที่ 5 ประจำปี 2547 ในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศดีเด่น จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งก็เปรียบเสมือนการช่วยย้ำคุณค่าป่าชายเลนผืนนี้ ว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของมนุษยชาติที่มวลมนุษย์จักต้องช่วยกันรักษาให้อยู่คู่โลกไปตราบนานเท่านาน * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ปัจจุบันประเทศไทยได้รับประกาศให้มีเขตสงวนชีวมณฑล 4 แห่ง คือ 1. เขตสงวนชีวมณฑลสะแกราช ตั้งอยู่ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จ.นครราชสีมา 2. เขตสงวนชีวมณฑลคอกม้า-แม่สา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ปุย จ.เชียงใหม่ 3.เขตสงวนชีวมณฑลป่าไม้สักห้วยทาก ตั้งอยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่งาว จ.ลำปาง 4.เขตสงวนชีวมณฑลระนอง ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยป่าชายเลน จ.ระนอง สอบถามรายละเอียดศูนย์วิจัยป่าชายเลน เขตสงวนชีวมณฑลระนอง โทร. 0-7784-8391-2

สถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง