วธ.จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมยิ่งใหญ่ เฉลิมพระเกียรติวัน
นายนิพิฏฐ์
อินทรสมบัติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)
กล่าวว่า
วธ.จัดงานมหกรรมวัฒนธรรม
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ ๑๒
สิงหาคม ๒๕๕๔ ขึ้น
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๗๙ พรรษา
เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่เกียรติคุณรวมถึง
พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆของพระองค์
โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่
๑๑-๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
“หน่วยงานในสังกัดวธ.และหน่วยงานต่างๆ
ร่วมมือกันนำเสนอกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ตระการตา
อาทิ
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ
โดยเสนอหัวข้อหลัก (Theme)
ในเรื่องสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถกับพระราชกรณียกิจด้านศิลปะหัตกรรม
สิ่งทอและงานศิลปาชีพ
ภายใต้หัวข้อ
“เปิดกรุผ้าไทย”
โดยนำชุดไทยอันงดงามและหาดูได้ยาก
และผลิตภัณฑ์ที่วิจิตรบรรจงมาจัดแสดง
รวมถึงนิทรรศการเครื่องแต่งกายโขน
นิทรรศการและการสาธิตงานช่างสิบหมู่
การปักเครื่องละคร
การจัดฉายภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ
การแสดงสาธิตวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย
โดยเน้นศิลปะและหัตถรรมไทยพื้นบ้านของช่างฝีมือพื้นบ้านไทยชั้นเยี่ยม
เป็นต้น
ซึ่งจัดให้รับชมได้ ณ
บริเวณห้องนิทรรศการหมุนเวียน
และขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศผู้สนใจเข้ารับชมนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆฟรี
สอบถามรายละเอียด โทร.1765
อีกด้วย”รมว.วธ.กล่าว
ดร.อนุชา
ทีรคานนท์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการผลิตโขน
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ
ในสมเด็นพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ กล่าว่า
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
ได้นำเอาศิลปกรรมไปร่วมกับวธ.ในงานมหกรรมวัฒนธรรมฯ
อันเกี่ยวเนื่องกับการแสดง
“มหรสพไทย”
ซึ่งเป็นแบบประเพณีที่ส่วนหนึ่งมาจากการแสดงโขนครั้งที่ผ่านมา
รวมถึงนำเสนอเครื่องประดับต่างๆที่ออกแบบสำหรับโขนพระราชทาน
อีกทั้งเครื่องแต่งกายของมัจฉานุ
ที่ได้ออกแบบและผลิตขึ้นใหม่สำหรับการแสดงในงานดังกล่าว
อีกด้วย
ศ.ดร.อภินันท์
โปษยานนท์
อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)
กล่าวว่า
สวธ.ยังได้จัดงาน ๘๔
วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน
เฉลิมพระเกียรติ หรืองาน
“สยามไทยมุง” ขึ้น
เพื่อจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
ด้วยการจัดกิจกรรมแสดงและสาธิตผลงานของโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน
จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
ตามกรอบแนวคิด “๙
เสน่ห์มรดกวัฒนธรรม ๘
วิถีไทย สานสายใยชุมชน”
เพื่อให้เกิดการเพิ่มคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจของทุนทางวัฒนธรรม
ของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้
ยังได้จัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน
ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบ
ระดับ ๕ จำนวน ๕ โครงการ
และระดับ ๔ จำนวน ๓๓
โครงการ
รวมทั้งสิ้นจำนวน ๓๘
โครงการ
เพื่อเป็นการเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชน
และเป็นแบบอย่างในการร่วมกันอนุรักษ์
พัฒนา
สืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยต่อไป
ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่
๑๑-๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
เช่นเดียวกัน
นายการุณ
สิทธิกูล
รองอธิบดีกรมศิลปากร
กล่าวว่า
กรมศิลปากรได้นำการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีชั้นเยื่ยมมานำเสนอ
ได้แก่
การแสดงละครนอกเรื่อง
ไกรทอง
และการสาธิตการจัดทำหัวโขนและเครื่องแต่งกายโขน
อีกด้วย
นายดำรงค์ ทองสม
รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
กล่าวว่า
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยได้นำการแสดงร่วมสมัยมานำเสนอ
อาทิ
การแสดงดนตรีชัยยุทธโตสง่าและวงบอยไทย
การแสดงดนตรีวงเบญจรงค์
Wind Quintet
และการแสดงดนตรีวงเอื้อมอารีย์
Saxophone Quintet อีกด้วย
นายกมล สุวุฒโฑ
อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
กล่าว่า
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
ได้นำการแสดงวงพิณ แคน
โปงลางจากร้อยเอ็ด
และการแสดงโขนผู้หญิง ตอน
นาคบาศ
มานำเสนอให้รับชม
นายสด แดงเอียด
อธิบดีกรมการศาสนา
กล่าวว่า กรมการศาสนา
จัดให้มีกิจกรรมเฉลิม
พระเกียรติ
เผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ
และเป็นการจัดงานเพื่อเผยแพร่คุณธรรมจริยธรรม
สร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนศาสนาต่าง
ๆ จึงได้จัดงาน
“รวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ”
ร่วมกับองค์การศาสนาทั้ง
๕ ศาสนา ในวันที่ ๑๖
สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ
โรงละครแห่งชาติ
กิจกรรมประกอบด้วย ๑.
การฉายวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ เรื่อง
“ร่มโพธิ์ ร่มไทร ของ
ชาวไทย” ๒.
การแสดงนิทรรศการทางศาสนา
เรื่อง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถกับการศาสนา
จัดโดยองค์การศาสนา ๕
ศาสนา ๓.การบรรยายพิเศษ
เรื่อง
“พลังศาสนาสร้างสมานฉันท์”
โดยพระราชวรมุนี
วัดสังเวชวิศยาราม
คณบดีคณะพุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔.การเสวนาจองผู้แทนองค์การศาสนา
๕ ศาสนา เรื่อง
“พลังศาสนาสร้างสมานฉันท์ในมิติของศาสนา”
๕.การแสดงและการเสวนาของเยาวชน
ค่ายเยาวชนสมานฉันท์
๖.การกล่าวสุนทรพจน์ของเยาวชน
๕ ศาสนา
๗.การมอบโล่เกียรติคุณแก่
นายสุรัก ประทุมเกสร
ผู้แต่งเนื้อร้อง เพลง
“สมานฉันท์
สู่สันติ” และ
๘.การจัดพิมพ์หนังสือ
“พระราชเสาวนีย์
พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ”
แจกในงาน อีกด้วย
----------------------------------------------