ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป → ทริปวันเดียว เที่ยวสวนนงนุช ชลบุรี สวรรค์ของคนรักต

ทริปวันเดียว เที่ยวสวนนงนุช ชลบุรี สวรรค์ของคนรักต

วันที่ 26-11-2011

ทริปวันเดียว เที่ยวสวนนงนุช ชลบุรี สวรรค์ของคนรักต หลังจากที่หายหน้าหายตาไปเดือนกว่าๆ วันนี้เราก็มีที่เที่ยวมาแนะนำกันอีกเช่นเคย เราไปกันใกล้ๆ ที่จังหวัดชลบุรี แต่ไม่ได้ไปทะเลครับ ผมจะพาไปชมสวนสวยที่ สวนนงนุช พัทยา (สัตหีบ) ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมมาเที่ยวสวนนงนุช ครั้งแรกนั้นมากับญาติๆ 5 ปีที่แล้วน่าจะได้ทริปนี้เป็นทริปวันเดียวครับ ไปเช้า-เย็นกลับได้สบายๆ โดยไม่เหนื่อยมาก เราออกจากกรุงเทพฯ 7 โมงกว่าๆ แวะกินข้าวที่มอเตอร์เวย์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือกาแฟสดครับ กาแฟสดบนมอเตอร์เวย์ผมว่าราคาแพงพอสมควร บางร้านก็ชงไม่อร่อยเอาซะเลย สำหรับคอกาแฟผมแนะนำที่ Amazon ครับ ราคามาตราฐาน รสชาติดีไม่ว่าทานที่ไหนก็จะได้รสชาติเดียวกัน ที่ผมชอบกินประจำจะเป็นเอสเปรสโซ่ เข้มถึงใจดีจริงๆมาเที่ยวนี้ยังไงไม่รู้ลงด่านผิดออกตรงชลบุรี เจอกับสารพัดแยกไฟแดงตั้งแต่ชลบุรี-บางแสน-ศรีราชา-พัทยา ประหยัดไปได้ 30 บาท แต่เสียเวลาพอสมควร สำหรับสวนนงนุชนั้นจะอยู่ค่อนไปทางสัตหีบครับ เลยตลาดน้ำสี่ภาคไปประมาณ 10 นาที จะเห็นป้ายสวนนงนุช เด่นเป็นสง่า จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางอีก 2 กิโลเมตร ก็จะพบกับทางเข้าสวนนงนุช สำหรับคนที่ไปด้วยรถโดยสารอาจจะลำบากหน่อยครับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจะเดินทางมาโดยรถไฟก็ได้นะครับ ที่สวนนงนุช มีสถานีสวนนงนุช หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ก็ลองเช็ครอบกับการรถไฟแห่งประเทศไทยดูนะครับ เมื่อถึงทางเข้าแล้วถ้าต้องการชมสวนอย่างเดียว (ไม่ดูโชว์) ก็จะเสียค่าเข้าคนละ 100 บาท จะได้บัตรผ่านประตูพร้อมแผนที่ในสวนนงนุช แนะนำว่าควรเก็บแผนที่ติดตัวไว้ตลอดครับ จะได้วางแผนเส้นทางว่าจะไปเที่ยวจุดไหนบ้างผมขอเล่าประวัติคร่าวๆ ของสวนนงนุช ให้พอได้รู้จักกันก่อนที่จะไปเข้าชมข้างใน เป็นประวัติจากเวบสวนนงนุช www.nongnoochtropicalgarden.com/th/aboutUs.php ภาพ คุณพิสิฐและคุณนงนุช ตันสัจจาประวัติความเป็นมา “สวนนงนุช พัทยา” ปี พุทธศักราช 2497 (ค.ศ.1954) คุณพิสิฐและคุณนงนุช ตันสัจจา ได้ซื้อที่ดินจำนวน 1,500 ไร่ (600 เอเคอร์) หลักกิโลเมตรที่ 163 ระหว่างพัทยา-สัตหีบ เป็นสวนผลไม้ เช่น มะม่วง ส้ม มะพร้าว และ อื่นๆต่อมาคุณนงนุช ได้เดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศกับเพื่อนๆ และได้ประทับใจในสวนสวยงาม ประกอบทั้งเป็นคนชอบดอกไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้เกิดมีแนวความคิดที่จะ ”จัดสวนให้คนมาเที่ยว” ดังนั้นจึงตัดสินใจเปลี่ยนสวนผลไม้เป็นเป็นสวนไม้ดอกและไม้ประดับ และได้ปลูกสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น บ้านทรงไทย บ้านกระท่อม บ้านแบบทาวน์เฮาส์ สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร และห้องจัดเลี้ยง – สัมมนา สำหรับให้บริการกับนักท่องเที่ยวสวนนงนุช ได้เปิดอย่างเป็นทางการในปี พุทธศักราช 2523 (ค.ศ.1980) จัดให้มีการแสดงศิลปวัฒน-ธรรมไทยและการแสดงช้างแสนรู้ ในโรงแสดง ซึ่งรอบล้อมไปด้วยสวนสวยงาม ทุกวัน จากนั้น ประมาณ 6 ปีให้หลัง คุณนงนุช ตันสัจจา ได้มอบการบริหารงานให้ลูกชาย คือ คุณ กัมพล ตันสัจจา แต่คุณนงนุช เองท่านยังคงทำงานในสิ่งที่ท่านชอบ และใช้เวลาไป-มา ระหว่างกรุงเทพฯ –สวนนงนุช แคมป์ปิ้ง รีสอร์ท ที่ปราจีนบุรี ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้ว เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 และ สวนผลไม้ที่เชียงราย ปัจจุบันนี้ สวนนงนุช พัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เข้าเยี่ยมชมประมาณวันละ 2,000 คน ซึ่งก็สืบเนื่องมาจาก สวนนงนุช ได้ปรับปรุงและพัฒนาสวนให้สวยงามอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาพอเข้าไปถึงด้านใน ต้องหาที่จอดรถก่อนครับ แล้วค่อยเดินชมสวน เราเอารถเข้าไปจอดที่ ลานจอดรถ 3 เมื่อจอดเสร็จจะเจอกับทางเข้าสวนสัตว์ มีนกแก้วมาคอว์คอยต้อนรับอยู่ด้านหน้าเดินๆ ไปก็จะเจอกับ เก้ง กวาง ม้า แกะ สัตว์ที่นี่ไม่มีอาการตื่นคนเลย คงจะคุ้นเคยกับคนแล้ว ถ้าใครอยากจะป้อนอาหารให้สัตว์อย่างใกล้ชิด ก็มีผักบุ้งและถั่วฝักยาว ราคากำละ 20 บาท เลยจากโซนสัตว์สี่เท้าก็มาชมที่สวนนกกันต่อ สวนนกของที่นี่หลักๆ ก็จะมีนกเงือกและนกยูง ลักษณะเป็นเหมือนกรงขนาดใหญ่ มีม่านโซ่ 2 ชั้นกั้นนกออก เมื่อเข้าไปถึงข้างใน เจอนกตัวนี้นั่งนิ่งให้ถ่ายรูป ดูแล้วน่าจะเป็นนกเงือกนกยูงที่นี่มีรูปร่างและสีสวยงาม ที่สำคัญไม่กลัวคนด้วยครับ ผมเองถ่ายรูปไปหลายช๊อตเลย เดินออกมาจากกรงนกก็ต้องตกใจ เมื่อเจอกับเสือโคร่งตัวใหญ่ นอนอยู่นอกกรง เดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นว่ามันถูกล่ามโซ่ไว้ที่คอ มันคงไม่รู้จะทำไรเลยนอนหลับดีกว่า ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เสือโคร่งตัวนี้อุดมสมบูรณ์ดี สะอาดสะอ้าน น่าจะบ่งบอกได้ถึงการดูแลเป็นอย่างดีสักพักนึงมีชาวต่างชาติเดินมา พนักงานดูแลเสือก็ชวนถ่ายรูปคู่กับเสือ ดูจากท่าทางแล้วคงยังกลัวๆกล้าๆ เหมือนกันฝรั่ง : โอ้ โน!! มันจะกัดไอไหม พนักงาน : โนๆ ยูไม่ต้องกลัว ไอมีไม้ป้องกันตัวอยู่ฝรั่ง : เวรี่สมอล มากเลยนะยูข้างบนเป็นซับนรกโดยผมเองครับ หลังจากแอคท่าเสร็จ พนักงานอีกคนก็ขอกล้องจากชาวต่างชาติไปถ่ายรูปให้ รู้สึกจะมีค่าใช้จ่ายด้วยนะครับ แต่ผมไม่รู้ว่าเท่าไหร่ รู้แต่ว่าหลังถ่ายรูปเสร็จจบลงด้วยรอยยิ้มความประทับใจขอชมหน่อยนึง พนักงานที่สวนนงนุช ยิ้มแย้มแจ่มใสดีครับ เค้าจะมีพนักงานกระจาย ประจำกันอยู่ทุกจุด หลงทางหรือจะไปไหนก็ถามได้ครับเดินหันไปหันมาหน่อยเดียวก็เจอกับบ้านกระต่าย อันนี้ก็ธรรมดาๆ ครับแต่ทำโซนได้สวยดี ติดๆ กันก็เป็นบ้านเต่า ก็มีเต่าตัวใหญ่ๆให้ได้ชมกัน ข้างล่างนี้เป็นกรงผีเสื้อ ผมนึกว่าคงคล้ายๆกับ สวนผีเสื้อที่อยู่ในสวนรถไฟ อีกใจนึงคิดว่ามันน่าจะหลากหลายกว่าเพราะเป็นของเอกชน พอเดินเข้าไปด้านไหน ต้องบอกว่าผิดหวัง เพราะแทบจะไม่มีผีเสื้อเลย เอาง่ายๆว่าตั้งแต่เดินเข้าจนออก เดินช้าๆ ยังเจอผีเสื้อไม่ถึง 3 ตัวเลย จะด้วยฤดูกาล หรืออะไรที่มีผลให้มีผีเสื้อน้อยผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ระหว่างเดินชมเจอตัวนี้ เกาะนิ่งๆอยู่ เลยถ่ายรูปมาให้ดูกันครับถึงที่นี่จะมีผีเสื้อน้อย แต่ผมก็ยังโอเค และชอบในโซนอื่นๆมาก รูปนกด้านบนเป็นนกอะไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน ตัวใหญ่พอสมควร แต่ยอมรับว่าเป็นนกที่แปลก มีหนังห้อยยานที่คอ สีสันสดใส มองไปที่ขน เงาวับยังกับผมคน เรียงเส้นเหมือนกันหวีมา กรงถัดไปเป็นพวกนกน้ำครับ เดินกันอย่างไม่กลัวคนเลย ตัวใหญ่ๆหลายตัวเลยสำหรับอาหารที่ทางสวนนงนุชให้นกกินเป็นผักกาดหอม หั่นเป็นชิ้นๆครับ ผมคิดว่าน่าจะมีโปรตีนให้เพิ่มด้วยออกมาจากกรงนก ก็เจอกับตู้ปลาขนาดใหญ่หลายตู้ เรียงรายกัน ดูกันได้เพลินๆ ไม่เบื่อเลย เดินชมมาหลายที่ เริ่มรู้สึกว่าหิวเลยมาทานอาหารที่ ครัววิวัฒน์ ก็เหมือนกับ food court ทั่วไปในห้างครับ ต้องซื้อคูปองซะก่อน ถึงจะไปซื้อข้าวได้ ถ้าใช้คูปองไม่หมดก็ไปแลกคืนได้ครับ อาหารจานเดียวสนนราคาจานละ 40-50 บาท รสชาติใช้ได้ครับ ใครที่มาแบบประหยัดจะห่อข้าวมากินก็ไม่เลวครับ มีที่ให้นั่งทานอยู่หลายมุม อากาศสบายๆในช่วงต้นฤดูหนาว เหมาะมากกับการมาเที่ยวชมสวน เนื่องจากไม่ร้อนมาก เห็นฝรั่งจิบเบียร์กัน ดูสบายๆ ดีครับ ทานอาหารกันเสร็จแล้วเพื่อไ่ม่ให้เป็นการเสียเวลา เราก็ไปเดินชมสวนกันต่อ ติดๆกับครัววิวัฒน์ จะเป็นซุ้มช้าง ช้างในซุ้มนี้เป็นช้างที่รอคนมาขี่ ระหว่างรอก็กินอาหารรองท้องไป เป็นใบไม้ในสวนนงนุชนี่แหล่ะครับ ผมสังเกตุแววตาของช้างที่นี่ ท่าทางดูมันมีความสุขดีครับ ร่างกายอุดมสมบูรณ์ ไม่ผอมแห้ง โทรมเหมือนช้างเร่ร่อนในกรุงเทพฯสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินชมสวน เป็นขี่ช้างชมสวน ราคาอยู่ที่คนละ 400 บาทครับ สำหรับเด็กก็ 200 บาท ส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติที่มาใช้บริการซะมากกว่าสวนนงนุชเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่มาก ถ้าพาผู้สูงอายุหรือเด็กๆ มาด้วยผมแนะนำให้นั่งรถนำเที่ยวของสวนนงนุชครับ ราคาคนละ 50 บาท มีเจ้าหน้าที่บรรยายตามจุดต่างๆให้ด้วย สำหรับรถที่ให้บริการก็มีลักษณะตามรูปด้านล่างครับ อีกทางเลือกหนึ่งของคนรักการปั่นจักยาน ก็มีจักรยานให้เช่า ราคาชั่วโมงละ 70 บาท สำหรับผมแล้วเลือกที่จะเดินด้วยเท้าครับ น่าจะตรงกับความต้องการมากที่สุด อยากจะหยุด อยากจะพักตรงไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ทางเดินในสวนนงนุชก็ไม่ใช่ทางเดินธรรมดาครับ เป็นทางเดินลอยฟ้า (Sky Walk) เราจะเห็นวิวสวนจากมุมสูง เหมือนเดินบนสะพานลอยแหล่ะครับสวนแรกที่เราชมนั้นเป็น สวนเนินลายปีกผีเสื้อ (Butterfly Hill) เป็นสวนไม้ประดับที่มีสีในตัวเอง เช่น ไทรยอดทอง ฤาษีผสม เข็ม จัดปลูกบนเนิน วางรูปแบบให้คล้ายกับลวดลายของปีกผีเสื้อ มีน้ำพุอยู่ด้านล่างดูสวยงามสดชื่นดีครับ ตอนที่อยู่สวนนี้แดดอยู่กลางหัวพอดีภาพเลยออกไปทางขาวๆภาพบนถ่ายจากทางเดินลอยฟ้าครับ สวนที่นี่ดูแลต้นไม้เป็นอย่างดี ตัดแต่งได้สวยงาม บางคนก็ว่ามันเป็นระเบียบมากจนเกินไประหว่างทางเจอช้างกับรถนำเที่ยวผ่านมาพอดีเลยแวะถ่ายหน่อยเนื่องจากสวนนงนุชมีจุดชมหลายแห่งมาก ผมจะขอแบ่งเป็น 2 ตอนนะครับ ตอนต่อไปจะพาไปชมรถแปลกๆ supercar นับสิบคัน, สวนฝรั่งเศส (Frence Garden) ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่, สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ที่จำลองแบบขึ้นมาจากต้นตำรับที่ประเทศอังกฤษ, สวนบอนไซ, สวนยุโรป, สวนตุ๊กตากระถาง, สวนสับปะรดสี และ สวนกล้วยไม้ อย่าพลาดในตอนต่อไปนะครับทริปวันเดียว เที่ยวสวนนงนุช ชลบุรี สวรรค์ของคนรักต้นไม้ ตอนที่ 2 ->>

สถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง