ตลาดเก่าเมืองปราณ วันวานที่หวนกลับมา
ถนนคนเดินฟื้นชีวิตเมืองเก่าปราณให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ปราณบุรีเมืองเก่า
เสาหลักเมืองคู่บ้าน
สับปะรดหวานขึ้นชื่อ
เลื่องลือทะเลงาม
วนอุทยานสวยล้ำ
แม่น้ำปราณคือชีวิต
คำขวัญประจำอำเภอปราณบุรี
จ.ประจวบคีรีขันธ์
อำเภอปราณบุรี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ก่อนที่จะกลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลชื่อดังในปัจจุบัน
เมืองนี้เป็นเมืองโบราณปรากฏชื่อเมืองชัดเจนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ปราณีต สุทธานันท์
ผู้สนใจในประวัติศาสตร์เมืองปราณบุรี
ให้ข้อมูลว่า มองซิเออร์
เซเบเรต์
ราชทูตชาวฝรั่งเศส
ที่เดินทางมาเข้ามาเมืองไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ได้มีบันทึกถึงเมืองปราณว่า
ปราณ(Pran)
เป็นเมืองที่สร้างขนานไปกับปากแม่น้ำปราณ
ตัวเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
มีกำแพงเมืองทำด้วยไม้ไผ่
มีป้อมปราการทรงสี่เหลี่ยมสร้างด้วยอิฐ
เมืองปราณบุรีมีความเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา
ในฐานะเมืองจัตวาทางตอนใต้ของเมืองหลวงและเมืองท่าแห่งอ่าวไทยตอนกลาง
อาคารเรือนไม้ยุคดั้งเดิม
เสน่ห์ดึงดูดแห่งถนนคนเดินเมืองปราณ
ปราณบุรีที่รุ่งโรจน์
ครั้นมาถึงในยุคกรุงรัตนโกสินทร์
สมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2449
ได้มีการตัดทางรถไฟผ่านเมืองปราณบุรีพร้อมกับตั้งสถานีรถไฟขึ้นที่ชุมชนบ้านเมืองเก่า(ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น
ต.ปราณบุรี)ส่งผลให้ชุมชนแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
กลายเป็นศูนย์กลางของอำเภอ
ทั้งด้านการเมือง
การปกครอง การคมนาคมขนส่ง
และศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจที่มี
ตลาดเมืองปราณ(ตลาดเก่าเมืองปราณบุรี)เป็นย่านค้าขายสำคัญในระหว่างพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน
ป้าบุญปลูก
กลิ่นแพทย์กิจ
ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอปราณบุรี
เล่าว่า
ตลาดปราณต่างจากตลาดทั่วๆไป
เป็นตลาดที่นัด(ตลาดนัด)ขายของกันทุกวันโกน(ขึ้นและแรม
7,14
ค่ำ)แล้วขายข้ามวันไปจนถึงสิ้นวันพระ(8
ค่ำ,15 ค่ำ)
สมัยนั้นถนนหนทางลำบากไม่มีรถราวิ่งรับส่งสินค้า
แต่ตลาดที่นี่กลับคึกคักมาก
มีข้าวของขายยาวเป็นกิโลไปตลอด
2 ข้างทางรถไฟ
พ่อค้าแม่ค้ามีทั้งคนที่นี่และคนต่างถิ่น
มีทั้งล่องเรือมา
หรือบรรทุกข้าวของใส่เกวียนมาทางบก
บางคนมาไกลจากประจวบ
เพชรบุรี ราชบุรีก็มี
ป้าบุญปลูกรำลึกความหลัง
โปรดปราณ
ร้านอันเป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยว
ความเปลี่ยนแปลง
ในช่วงราวๆก่อนปี พ.ศ. 2500
ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อมีการตัดถนนเพชรเกษมผ่าน
อำเภอปราณบุรี
ทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งในชุนชนบ้านเมืองเก่าทยอยย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมถนนใหญ่บริเวณ
4 แยกปราณ ต.เขาน้อย
เกิดเป็นเมืองปราณใหม่ขึ้นมา
อำเภอปราณบุรีในยุคนั้น
จึงมีเมืองหลักๆที่เป็นศูนย์กลาง
อยู่ 2 เมืองด้วย
คือเมืองใหม่ที่ 4 แยกปราณ
ต.เขาน้อย
ที่กำลังโตวันโตคืน
กับเมืองเก่าที่
ต.ปราณบุรีที่แม้ไม่โตแต่ก็ไม่ตาย
เพราะเมืองเก่าปราณยังคงมีส่วนราชการหลักๆอยู่
เป็นสิ่งดึงดูดให้เกิดการเดินทางเข้า-ออก
สร้างความเคลื่อนไหวให้ชุมชน
ทว่ามาในปี พ.ศ. 2520
เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
เมื่อทางการได้มีนโยบายย้ายส่วนราชการในชุมชนเมืองเก่าปราณบุรีออกไปอยู่ริมถนนใหญ่
ด้วยเหตุผลสะดวกต่อการติดต่อสัญจรและเพื่อความโอ่โถงใหญ่โตของสถานที่
ร้านบ้านอาม่ากับข้าวของตกแต่งย้อนยุค
เมื่อส่วนราชการย้ายไป
ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจการค้าก็ย้ายไปอยู่ริมถนนใหญ่ตาม
ส่งผลให้เมืองเก่าปราณบุรีที่เคยรุ่งเรืองหดตัวเล็กลง
กลายเป็นเมืองอันเงียบเหงา
ซบเซา
อีกทั้งยังทำให้ตลาดเมืองปราณที่เคยรุ่งเรืองหมดความสำคัญลง
นับเป็นเวลากว่า 30
ปีจนถึงปัจจุบัน
นั่นจึงทำให้ อ.วิลาศ
แตงเกตุ
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาห้วย
ผู้มีความทรงจำอันดีงามและยังไม่ลืมอดีตอันรุ่งโรจน์ของตลาด(เก่า)เมืองปราณ
เห็นว่าต้องทำอะไรสักอย่าง
ก่อนที่เมืองปราณบุรีจะถูกทิ้งร้างและถูกลืม
เหลือเพียงตำนาน
เขาจึงเป็นตัวตั้งตัวตีรวบรวมสมัครพรรคพวกผู้มีแนวคิดตรงกัน
ร่วมรื้อฟื้นบรรยากาศอันรุ่งโรจน์ของเมืองเก่าปราณบุรีในรูปแบบตลาดนัดถนนคนเดิน
ขึ้นมา
โดยมีการเปิดกิจกรรมถนนคนเดินตลาดเก่าเมืองปราณบุรี
(หรือที่บางคนเรียกว่าตลาดเก่า
200 ปี
ปราณบุรี)ครั้งปฐมฤกษ์ขึ้นในวันที่
14 ส.ค. 53
และหลังจากนั้นก็จัดต่อเนื่องเรื่อยมาในทุกๆเย็นวันเสาร์
ลีลาชาชัก
สำหรับบรรยากาศของตลาดนัดถนนคนเดินที่นี่เน้นขายสินค้าอาหารในราคาประหยัด
ไม่แพง
มีทั้งส่วนที่เป็นร้านค้า
ร้านอาหาร
และแผงสินค้าที่ชาวบ้านนำมาตั้งวางริมถนน
โดยในบริเวณลานกว้างหน้าสถานีรถไฟ(ใต้ต้นจามจุรีใหญ่)
จะมากไปด้วยอาหารการกินหลากหลาย
อาทิ ก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยว
ลูกชิ้นปิ้ง ขนมหวาน
น้ำสมุนไพร ห่อหมก
ข้าวห่อใบบัว
และส้มตำโบราณ
ที่ปัจจุบันหากินค่อนข้างยาก
เป็นหมึกย่าง(ดั้งเดิมเป็นหอยเสียบ)กินกับเครื่องเคียงมะละกอและน้ำจิ้ม
3 รส
ขณะที่บนถนนปีกกาถัดเข้ามาทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ
บรรยากาศจะเป็นอาคารเก่าเรือนไม้
2 ชั้น ประตูบานเฟี้ยม
มีระเบียงบนชั้นสอง
หลังคาสังกะสี
แซมด้วยห้องแถวปูนที่สร้างขึ้นมาใหม่
มีจุดน่าสนใจ
นำโดยร้านของเก่า(ศูนย์ประสานงาน)ตรงหันมุมถนนที่นอกจากจะมีของเก่าหลากหลายให้ชมแล้ว
ที่นี่ยังเป็นศูนย์ประสานงาน
เป็นจุดร้องคาราโอเกะเพลงเก่าที่เรียกความคึกคักและรอยยิ้มจากผู้ผ่านไปผ่านมาได้เป็นอย่างดี
ส้มตำโบราณสูตรพื้นบ้านกับคนขายร่วมสมัย
มีร้านกาแฟโปรดปราณ
กับร้านบ้านอาม่า
สองร้านใกล้ๆกันที่เป็นทั้งจุดถ่ายรูปสำคัญของนักท่องเที่ยว
เพราะทั้ง 2
ร้านสามารถนำเรือนเก่ามาตกแต่งจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ผสมผสานระหว่างความเก่ากับใหม่ได้อย่างน่าชม
นอกจากนี้บนถนนคนเดินแห่งนี้ยังมีเวทีจัดแสดงความสามารถของเด็กๆในชุมชน
มีร้านก๋วยจั๊บเจ้าอร่อย(เจ้าเก่า)
มีแผงชาชัก มีมุมถ่ายรูป
มีร้านขายของที่ระลึก
แผงขายงานศิลปะ
มีจุดนวดเท้าคลายเมื่อย
แผงขายสินค้าต่างๆ
และอื่นๆอีกหลากหลาย
นับเป็นการฟื้นเมืองเก่าปราณบุรีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
การกลับมาที่เป็นมากกว่าตลาด
แม้ในหนึ่งสัปดาห์จะมีเพียงวันเสาร์วันเดียวเท่านั้นที่ความคึกคักกลับคืนมาเยือนเมืองเก่าปราณบุรีในรูปของตลาดนัดถนนคนเดิน
แต่มันได้ส่งผลทางอ้อมที่เป็นคุณต่อชุมชนในหลายประการด้วยกัน
อภิรักษ์ เดชศรี
ผู้เกิดทันยุคตลาดเก่าเมืองปราณจากร้านบ้านอาม่า
เล่าว่า เมื่อมีถนนคนเดิน
มันทำให้คนเก่าๆหลายๆคนที่เคยย้ายออกไปอยู่ริมถนนใหญ่
ต่างหวนคืนกลับมาเยี่ยมเยียนถิ่นเก่าอยู่เสมอ
นอกจากนี้ยังทำให้คนในชุมชนเห็นถึงคุณค่าของอาคารเก่า(เรือนไม้)
ซึ่งเมื่อเราปรับปรุงตกแต่งทำให้ดูดีขึ้น
มันกลายเป็นสิ่งมีค่า
มีคนสนใจมาเที่ยวชม
พักนวดเท้าคลายเมื่อย
ด้านวรพล บริบูรณ์ทรัพย์
หนุ่มเจ้าของร้านโปรดปราณ
กล่าวว่า
ถนนคนเดินถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน
ทำให้คนที่ออกไปอยู่ต่างถิ่น(กรุงเทพฯ)เช่นดังเขา
กลับมาบ้านทุกๆวันเสาร์-อาทิตย์
เพราะมีกิจกรรมให้ทำ
ส่วน บุษยมาศ แซ่โง้ว
นักเรียนชั้น ม.4 และ ปกรณ์
บริบูรณ์ ทรัพย์
นักเรียนชั้น ม.6
จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการปราณบุรี
ที่มาเข้าร่วมทำกิจกรรมบนถนนแห่งนี้
เปิดเผยว่า
ถนนคนเดินถือเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างหนึ่ง
ทำให้เด็กๆมีพื้นที่แสดงออก
ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ได้สัมผัสกับวิถีชุมชนบางอย่างเคยเลือนหายไป
และยังได้ค่าขนมจากการออกร้านขายของโดยไม่ต้องแบมือขอเงินจากผู้ใหญ่อีกด้วย
ในขณะที่ อ.วิลาศ
สรุปสั้นๆว่า
ถนนคนเดินสำหรับผมมันเป็นการช่วยฟื้นชีวิตเรียกความคึกครื้นกลับคืนสู่เมืองเก่าปราณบุรีอีกครั้ง
ของที่ระลึกตุ๊กตาทำมือ
นอกจากนี้ อ.วิลาศ
ยังมองไปข้างหน้าว่า
ในอนาคตถ้าถนนคนเดินเติบโตไปด้วยดีแบบค่อยเป็นค่อยไป
สิ่งที่เขาอยากทำต่อไปคือ
การต่อยอดถนนคนเดินพัฒนารื้อฟื้นให้เป็นตลาดขายของทั้งวันเหมือนในอดีต
แต่ถ้าถนนคนเดินตลาดเมืองเก่าปราณบุรีเติบโตแบบไม่พอเพียง
ชาวบ้านเกิดความละโมบจากเม็ดเงินที่เข้ามากและเร็วเกินไป
จนขายบ้านขายที่ขายทางหรือให้เช่าแก่นายทุนต่างถิ่นซึ่งเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์
กอบโกย
จนทำให้วิถีชุมชนถูกทำลาย
ชาวบ้านเสียศูนย์
เหมือนอย่างชุมชนท่องเที่ยวรุ่นพี่หลายๆเมือง
อ.วิลาศ ให้คำตอบสั้นๆว่า
เราพร้อมจะเลิกทันที
*****************************************
ถนนคนเดินตลาดเก่าเมืองปราณบุรี
ตั้งอยู่ที่ตำบลปราณบุรีหรือชุมชนบ้านเมืองเก่า(ห่างจาก
4 แยกปราณไปประมาณ 5 กม.)
อ.ปราณบุรี
จ.ประจวบคีรีขันธ์
บริเวณลานหน้าสถานีรถไฟปราณบุรี
ไปบนถนนทางแยกเป็นปีกกา
ทิศตะวันออกสุดที่หน้าโรงเรียนสายวิทยา
ทิศเหนือสุดที่ 4
แยกทางลอดรถไฟ
เปิดทุกเย็นวันเสาร์เวลา
16.00 น.-22.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)
สำนักงานประจวบคีรีขันธ์
โทร. 0-3251- 3885,0-3251-3871,0-3251-3854